โทษของอินเตอร์เน็ต

24 ส.ค.

โทษของอินเตอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง,
แหล่งซื้อขายประกาศ ของผิดกฏหมาย,ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ
เหตุเพราะ

  1. อินเตอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก
  2. มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก
  3. ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี เสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิเช่น เพลง หนัง เติบโตเร็วเกินไป
  4. เสี่ยงต่อการโดนจารกรรมข้อมูล การโจมตีจากไวรัส, แฮกเกอร์ และจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ มัลแวร์
  5. ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง โจมตี โฆษณาชวนเชื่อ กลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่
    เช่น การตัดต่อรูปเพื่อการอนาจาร
  6. ถ้าเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้
  7. ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
  8. ขณะที่ใช้อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้
  9. ใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ตเพื่อกล่าวหาและโจมตีคู่แข่ง

ส่วนโทษเฉพาะที่ เป็นภัยต่อเด็ก มีอยู่ 7 ประการ บนอินเทอร์เน็ตสามารถจำแนกออกได้ดังนี้

1. การแพร่สื่อลามก มีทั้งที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร ภาพการสมสู่ ภาพตัดต่อลามก
2. การล่อลวง โดยปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าไปพูดคุยกันใน Chat จนเกิดการล่อลวงนัดหมายไปข่มขืนหรือทำในสิ่งที่เลวร้าย
3. การค้าประเวณี มีการโฆษณาเพื่อขายบริการ รวมทั้งชักชวนให้เข้ามาสมัครขายบริการ
4. การขายสินค้าอันตราย มีตั้งแต่ยาสลบยาปลุกเซ็กซ์ ปืน เครื่องช็อตไฟฟ้า
5. การเผยแพร่การทำระเบิด โดยอธิบายขั้นตอนการทำอย่างละเอียด
6. การพนัน มีให้เข้าไปเล่นได้ในหลายรูปแบบ
7. การเล่นเกม มีทั้งเกมที่รุนแรงไล่ฆ่าฟันและเกมละเมิดทางเพศ

โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic)

การ ศึกษาวิจัย ได้ระบุๆไว้ว่าผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้อย่างน้อย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถือได้ว่ามีอาการติดอินเตอร์เน็ต

  • รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต
  • มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น
  • ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้
  • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้
  • ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใชอินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
  • หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง
  • การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก
  • มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต
  • ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้

สำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ที่ไม่เข้าข่ายข้างต้นเกิน 3 ข้อในช่วงเวลา 1 ปี ถือว่ายังเป็นปกติ
ส่วนผู้ที่จัดว่า ติดอินเตอร์เน็ต นั้นได้แสดงลักษณะอาการของการติด (คล้ายกับการติดการพนัน) และการใช้อินเตอร์เน็ต อย่างหนักเหมือนกับ
การเล่นการพนัน ความผิดปกติในการกินอาหาร หรือสุราเรื้อรัง มีผล กระทบต่อการเรียน อาชีพ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของคนคนนั้น
ถึงแม้ว่าการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การติดเทคโนโลยีอย่างเช่น การติดเล่นเกมส์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเพศชาย แต่ผลลัพธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่

ผู้ที่ติดอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงวัยกลางคนและไม่มีงานทำ

สื่ออณาจารผิดศีลธรรม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลต่างๆที่มีเนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่างๆนั้น
เป็นเรื่องที่มีมานานพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอเน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW. ยังไม่พัฒนามากนัก
แต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอเน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถ เข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่
เพราะว่าอินเทอเน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สือ่เหล่านี้ สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็ว จนเราไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้

ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา

  • ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล หรืออาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจำหรือ พื้นที่ว่างบนดิสก์โดยพลการ
    ม้าโทรจัน : ม้าโทรจันเป็นตำนานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทั่งยึดเมืองได้สำเร็จ โปรแกรมนี้ก็ทำงานคล้ายๆกัน คือโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต มันมักจะทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ และสิ่งที่มันทำนั้น ไม่มีความจำเป็นต่อเราด้วย
  • หนอน อินเตอร์เน็ต : ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr.  คือโปรแกรมที่จะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่งครอบครองทรัพยากรและทำให้ระบบช้าลง
  • ระเบิด เวลา : คือรหัสซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆมาถึง ยกตัวอย่างเช่น ระเบิดเวลาจะทำลายไฟล์ทั้งหมดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2542

credit : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1300828

http://www.abnongphai.ac.th

พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

17 ส.ค.

Did you Know ? how born world cup trophy?

19 มิ.ย.

เทศกาลบอลโลกกำลังมาแรง ผู้คนต่างให้ความสนใจทั่วโก  แต่ใครจะรู้บ้าง ว่า..
ถ้วยฟุตบอลโลก มีความเป็นมาและถือกำเนิดขึ้นได้อย่างไร?     เรามาดูกัน  !!!!!!!!

 

   fifa-world-cup-trophy                                                            ความเป็นมาของถ้วยฟุตบอลโลกที่นับเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะทีมต่างๆต่อสู้เพื่อพิสูจน์ฝีมือและศักดิ์ศรีของประเทศนั้นมีด้วยกันสองรุ่น โดยรุ่นล่าสุดนี้เป็นถ้วยรางวัลที่ทำจากทองคำ 18 กะรัต (75 เปอร์เซ็นต์) ความสูง 36.5 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐาน 13 เซนติเมตร และมีน้ำหนักรวม 6.175 กิโลกรัม   เรียกว่าถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ (FIFA World Cup Trophy) ออกแบบโดยประติมากรรมชาวอิตาเลียน ซิลวิโอ กาซซานิก้า ในปีค.ศ.1971 โดยเส้นของรูปปั้นบิดขึ้นมาจากฐานเป็นรูปนักกีฬาสองคนยืนหันหลังยกโลก ดูมีพลังเคลื่อนไหวในตัวเพื่อเป็นจังหวะแห่งการฉลองชัยชนะ
                   ถ้วยเวิลด์คัพใบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในการแข่งขันปีค.ศ.1974 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ และเยอรมนีก็คว้าถ้วยใบนี้สำเร็จครอบครองไว้นาน 4 ปี จากนั้นจึงลงไปอยู่อเมริกาใต้ แล้วกลับขึ้นมายุโรป สลับกัน 2 ทวีป อย่างนี้ในทุก 4 ปี เพราะประเทศที่ได้แชมป์จากเยอรมนีก็คือ อาร์เจนตินา (1978) อิตาลี (1982) เยอรมนี (1990) แล้วก็ล่าสุดคือบราซิล (1994)  แต่ถ้วยฟีฟ่าไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ถือว่าถ้วยนี้จะต้องอยู่ถาวรกับฟีฟ่า ผู้ชนะจะได้รับถ้วยจำลองที่ทำจากทองผสม ส่วนที่ฐานซึ่งมีแหวนคาดสองเส้น มีพื้นที่ไว้สลักชื่อผู้ชนะ 17 ช่อง ซึ่งเมื่อถึงปีคศ.2038 ชื่อก็จะเต็มช่องเหล่านี้ จากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ฟีฟ่าก็คงต้องปรึกษากัน
           อ่านเพิ่มเติม

What’s social media ??

1 มิ.ย.

Socail Media คือ อะไร ?

Social Media คือเครื่องมือ หรือเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ที่นักท่องเว็บและบริษัทต่าง ๆ เข้าไปเพื่อทำการสื่อสาร รวบรวมข้อมูล และแม้กระทั่งไปร่วมมือกันกับคนในชุมชนนั้น ๆ ทำงานบางสิ่งบางอย่าง โดยเมื่อเราพูดถึง Social Media เรามักจะรวมถึงเครื่องมืออย่างเช่น

  • blog
  • podcast
  • เว็บประเภท Video Sharing เช่น YouTube
  • เว็บประเภท Social Network เช่น Facebook , Hi5
  • เว็บประเภท micro blog เช่น Twitter
  • เว็บประเภทอัลบั้มรูปภาพอย่างเช่น Flickr
  • เว็บ bookmark ต่าง ๆ เช่น Digg , Stumble Upon
  • หรือแม้กระทั่งเว็บอื่น ๆ ที่คุณสามารถมีปฎิสัมพันธ์ หรือแบ่งปันบางสิ่งบางอย่าง กับนักท่องเว็บคนอื่น ๆ ได้อย่างทันทีทันใด

Social Media แตกต่างจาก Media อื่นๆ ไม่ว่า จะเป็น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือภาพยนตร์ เพราะ Social Media จะเชื่อมโยงกับเครื่องมือสื่อสารที่มีต้นทุนถูกและใช้งานได้สะดวกง่ายดายสำหรับคนในสังคมทั่วไป ในการที่จะเข้าถึงข้อมูล หรือเป็นผู้สื่อสารข้อมูลเองก็ตาม
การลงทุนทำ Media ประเภทอื่นๆ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการผลิตและส่งข่าวสารข้อมูล เช่น โทรทัศน์ต้องใช้เงินเป็นสิบ หรือเป็นร้อยล้านบาทในการดำเนินการ เช่นเดียวกับการออกหนังสือพิมพ์สักเล่ม หรือ ทำรายการวิทยุสักช่อง ก็ต้องใช้เงินมหาศาลเช่นกัน  แต่สำหรับ Social Media แล้วใช้เงินน้อยมาก หรืออาจไม่ต้องใช้เลยก็ได้